พระบี้บวชไม่มีกำหนดสึก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ

และก็ได้มีการเข้าร่มกาสาวพัสตร์ไปในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายนสำหรับพระบี้ธรรศภาคย์ ชี หรือว่าพระวรสีโล ที่วัดท่าไม้อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งการบวชครั้งนี้เป็นการทดแทนบุญคุณบิดามารดาและคนในครอบครัว รวมทั้งกุ๊บกิ๊บและลูกด้วย รวมทั้งยังเป็นการบวชให้กับญาติพี่น้องรวมไปถึงบวชช่วงวัยเบญจเพศด้วยค่ะ ซิมแฮปปี้ได้มีการปฏิบัติกิจของ สงฆ์ได้เป็นอย่างดีตลอดที่ได้จำพรรษาอยู่และไม่ได้เกิดเหตุการณ์สวรรณคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบี้จึงได้กล่าวถึงความตั้งใจที่จะบวชตอบแทนคุณของพระองค์ท่านด้วยว่า ระหว่างที่จำพรรษาเป็นการเจริญสินปฏิบัติธรรมอาตมาด้วยทราบถึงการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคมและเป็นการแสดงความอาลัยทั้งอย่างน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พระองค์ท่านได้ปฏิบัติกรณียกิจมาตลอด 70 ปีที่จะขึ้นครองราชย์ อาตมาก็ตั้งใจที่จะบวชต่อโดยยังไม่มีกำหนดศึกเพื่อน้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จ๋า

หนูน้อยลูกครึ่งไทยออสเตรเลียเล่าเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 หน้าชั้น

ทางด้าน facebook หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บเป็นการโพสเรื่องราวที่น่ารักจากต่างแดนของน้องโลลินดาโกลดิ้ง ที่เป็นหนูน้อยลูกครึ่งไทยออสเตรเลียน้องเป็นนักเรียนเกรด 1 ได้ออกมาพูดหน้าชั้นในหัวข้อเรื่องอะไรก็ได้ที่มีความเป็นมายาวนานและ ในส่วนเพิ่มเพื่อนของเธอเลือกที่จะพูดเรื่องของสะสมของตัวเองไม่ว่าจะเป็นไดโนเสาร์ แต่ว่าน้องกลับบอกคุณแม่ว่าอยากเล่าเรื่องในหลวงของไทยให้กับเพื่อนๆ ได้ฟังเพราะเธอเห็นแม่ของเธอร้องไห้ เธอได้ลองเหตุผลตามจินตนาการของเธอ คุณครูจึงสนใจในเรื่องในหลวงมากกว่าเรื่องไดโนเสาร์เพราะว่าในหลวงนั้นเป็นกษัตริย์มาถึง 70 ปีและไดโนเสาร์ตรวจ dna เป็นสปีชีส์ต่างๆอาจจะฟื้นขึ้นมาได้ในอนาคตแต่ในหลวงสิ้นไปแล้วก็ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีก เธอจึงได้เล่าเรื่องนี้ได้ดีและขอให้คุณแม่เขียนเรื่องราวในหลวง หเพื่อที่ให้เธอนำไปพูดให้กับคุณครูและเพื่อนๆได้ฟังซึ่งน้องก็บอกกับเพื่อนๆและคุณครูว่าเธอเป็นคนไทยภูมิใจในสายเลือดไทยมากทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเธอเกิดที่ออสเตรเลียและเคยมาเมืองไทยแค่ตอนอายุ 3 เดือนเท่านั้น งานนี้ก็บอกให้รับรู้แล้วเขาไม่ว่าใครต่างก็รักภักดีต่อในหลวงทุกคน

จับแล้วสามโรงแรมของเสี่ยตันที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เปิดให้บริการ

และในกรณีในวันอังคารที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาทางด้านตัวที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงใหม่และตำรวจใช้บทภูธรภูพิงค์ราชนิเวศน์ด้วยตรวจสอบที่โรงแรมอีสตินตัน อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่หลังจากได้รับการร้องเรียนว่าโรงงานดังกล่าวได้เปิดดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตซึ่งโรงแรมนี้นั้นเป็นของนายตัน ภาสกรนทีนักธุรกิจชาเขียวชื่อดังค่ะ ล่าสุดนั้นนายปรีชาศิรินามปลัดอําเภอเมืองเชียงใหม่และเจ้าที่ตำรวจทหารได้เข้าตรวจสอบโรงแรมอีสตินตัน hotel ของนายตันภาสกรนทีหลังจากที่ทราบว่าโรงแรมดังกล่าวได้เปิดให้บริการทั้งที่ก่อนหน้านี้จะไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีมาแล้วถึง 2 ครั้งเพราะว่าเปิดบริการโดยไม่มีใบอนุญาตค่ะ จากการตรวจสอบในครั้งนี้พบว่าโรงงานดังกล่าวมีการเปิดให้บริการกับประชาชนนักท่องเที่ยวและมีผู้คน เข้ามารับบริการเป็นอย่างต่อเนื่องจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ดูแลเคาน์เตอร์โรงแรมก็ยังคงพบว่ามีการให้บริการผู้เข้าพักอยู่ ดังนั้นเจ้าที่ได้สั่งดำเนินคดีเป็นครั้งที่ 3 พร้อมด้วยส่วนตัวผู้ดูแลโรงแรมไปสอบสวน ทางด้านตลาดอาวุโสก็ได้เผยว่าการจับกุมทั้ง 3 ครั้งเป็นการจับกุมในข้อหาประกอบกิจการโรงแรมโดยไม่รับอนุญาตหลังจากนี้หาก cover ฝ่าฝืนจะต้องมีการดำเนินคดีและข้อบังคับของศาลส่งต่อโรงแรมจะหยุด

ชาวเน็ตชื่นชมฝรั่งเดินจากริบบิ้นดำทั้งที่พูดไทยไม่ได้

ทางด้านผู้สื่อข่าว ได้มีการรายงานว่าที่โลกออนไลน์ได้ให้การชื่นชมชาวต่างชาติคนหนึ่งที่เขาและร่วมจิตอาสาทำริบบิ้นสีดำแต่ให้กับประชาชนเพื่อไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชถึงแม้ว่าจะเป็นคนต่างถิ่นและเขาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย เส้นทางด้านเพจโรงพยาบาลขอนแก่นได้มีการลงภาพกลุ่มจิตอาสาซึ่งไม่ประสงค์จะออกนามได้ทำริบบิ้นสีดำไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชใจใสให้กับแพทย์พยาบาลทางด้านเจ้าหน้าที่และประชาชนที่รับการรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น และหนึ่งในกลุ่มจิตอาสาก็พูดว่าเป็นชาวต่างชาติได้ยืนถือตะกร้าริบบิ้นสีดำเดินเสดสาให้กับประชาชนและติดป้ายเอาไว้ว่าเสร็จริบบิ้นสีดำฟรีผมพูดไม่ได้ครับ เลยกลายเป็นภาพที่น่าประทับใจของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมากในขณะผู้ที่อยู่ในโซเชียลต่างก็ชื่นชมในน้ำใจของชาวต่างชาติคนนี้เป็นอย่างมากเลยค่ะ

ชายเทมีดจี้ตัวเองพร้อมกับ แขวนป้ายประท้วงที่หน้า สตช.

ในวันที่ 23 ตุลาคมนั้นช่วงเวลาประมาณ 10.40 นาทีก็ได้มีการรายงานว่าได้พบชายไม่สวมเสื้อซึ่งสวมเพียงแค่กางเกงขาสั้นเรื่องถึง 28 แหลมพร้อมกับตะโกนโวยวายอยู่ที่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมกับแขวนป้ายประท้วงบางอย่างเอาไว้ที่คอด้วย ก่อนที่เขาจะใช้อาวุธมีดจี้คอตัวเองทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเข้ามาเจรจาพูดคุยกันอย่างด่วน และในเวลาต่อมานั้น ชายคนดังกล่าวก็ได้มันมีท่าทีอ่อนลงก่อนที่จะยอมนั่งคุยกับทางด้านเจ้าที่ตำรวจกับทหารที่มีการเข้ามาระงับเหตุพื้นที่ จะสอบถามถึงสาเหตุที่เขาได้มาเรียกร้องและประท้วงในครั้งนี้ ในขณะที่ป้ายที่ถ่ายคนดังกล่าวได้นำมาแขวนคอไว้อยู่นั้นก็มีข้อความประมาณว่า ปฏิรูปอัยการด้วยวันนี้หรือว่าขอโอกาสให้คนจนเข้าถึงยุติธรรมบ้าง

ปันปันมาแสดงความยินดีกับมาร์ชรับปริญญา

และหลังจากที่จบประเด็นต่างคนนั้นก็ต่างมีชีวิตในเส้นทางใหม่ๆแต่ก็ใช้ว่าทั้งคู่จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไม่ได้นะคะ อย่างอดีตคู่รักหนุ่มมาร์ช จุฑาวุฒิกับสาวปันปัน สุทัตตา ที่ได้เคลียร์และจบกันไปด้วยดีล่าสุดนั้นต้องมาแสดงความยินดีกันหน่อยนะคะ เพราะว่าหนุ่มมาร์ชสามารถคว้าปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาได้อย่างหมาดๆค่ะ ซึ่งงานนี้สาวปันปันเธอก็ไม่พลาดที่จะมาแสดงความยินดี งานนี้ได้กลายเป็นภาพคู่ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มได้กลับมาสดใสอีกครั้งทำเอาแฟนคลับต่างก็อินไปกับคู่นี้จิ้นไม่คาดว่า จะได้เห็นภาพในอีกครั้งสาวปันปัน ได้หอบลูกโป่งไปแสดงความยินดีและความสำเร็จของหนุ่มมาร์ชในงานรับปริญญางานนี้มีกองเชียร์และอาจส่งเสียงเชียร์อยากให้ทั้งคู่ได้มารีเทิร์นกันอีกครั้งด้วยค่ะ

เกาหลีใต้ติดป้ายเตือนคนไทยทำผิดกฎหมายและพฤติกรรมย่ำแย่

จากที่ได้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้มีการโพสต์และระบุว่าทางการกาหลีไต้ได้มีการติดป้ายเป็นภาษาไทยอ่านแ ล้วอ่านและไม่แปลกที่เขาจะพิมพ์กับคนไทยพร้อมกับป้ายประกาศทางการประเทศเกาหลีที่ติดไว้ได้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ และข้อความในป้ายก็ได้ระบบว่าคนที่ไม่มีวีซ่าถ้ามอบตัวกับเธอจะไม่มีข้อยกเว้นในการเข้าเมืองอีกผู้ที่ขับขี่รถยนต์ต้อง ได้รับการลงทะเบียนรถยนต์และต้องทำบัตรประกันภัยรวม และใครที่ครอบครองของมีคมที่เป็นอันตรายกับราชชิงขยะที่ไม่เป็นทางการการ ปัสสาวะไม่เป็นที่เป็นทางจะต้องเสียค่าปรับจากกรมการตำรวจเมืองฮวาซอง และข้อกำหนดดังกล่าวนั้นทางสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงโซลหรือเปล่าของประเทศเกาหลีใต้ได้โพสต์ข้อความผ่านทาง facebook ว่า กระทรวงที่ทำของสาธารณรัฐเกาหลีประกาศขยายเวลาโครงการเดินทางออกนอกประเทศโดยความสมัครใจ สำหรับคนที่ต่างด้าวพำนักอยู่ในเกาหลีใต้แบบผิดกฎหมายต่อไปอีกสามเดือนจากกำหนดการสิ้นสุดโครงการดื่มในวันที่ 30 กันยายนจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการยกเว้นการถูกขึ้นชื่อในบัญชีห้ามเดินทางเข้าเกาหลีในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาค่ะ และผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศภายใต้โครงการมีประมาณ 2 หมื่นแปดพันคนแล้วค่ะ

2 ข้าราชการขับรถปาดหน้าลงมามองหน้าทั้งเครื่องแบบ

วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาที่โลกออนไลน์ที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอซึ่งเป็นเหตุการณ์บนท้องถนนแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร script รถคันดังกล่าวที่ติดกล้องอยู่หน้ารถกำลังขับรถไปตามท้องถนนเรียนกลางผ่านสี่แยกไฟแดงขนาดนั้นเป็นไฟเขียวให้ตรงไปแล้วเลี้ยวขวาได้ค่ะ แต่แล้วก็มีรถเก๋งคันหนึ่งสีเหลืองทองที่อยู่เลนซ้ายสุดได้ขับปาดหน้ารถที่ติดกล้องอย่างกะทันหัน เพื่อที่จะเลี้ยวขวาให้ทานไฟเขียวเจ้าของหนูจิ้งหรีดแปลเป็นหนึ่งครั้งเป็นลักษณะเตือนรถคันดังกล่าว และรถเก๋งคันสีเหลืองทองกลึงถลอกขวาตรงกลางสีแยกเพราะเนื่องจากว่าไม่อยากจะสามารถเลี้ยวขวาได้ทัน จากนั้นก็ขับรถผ่านสี่แยกไฟแดงท่ารอจดรถตรงหน้ารถคันที่ติดกล้องพร้อมเปิดประตูออกมาทั้งสองคนในชุดสีกากีเป็นเครื่องแบบข้าราชการ ซึ่งหนึ่งในน้ำได้บอกหน้าคนขับและรออยู่พักหนึ่งจึงขับรถออกไป หลังจากคลิปนี้ และเผยแพร่ออกไปเที่ยวในต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมากส่วนใหญ่อยากให้ค่าสมัครทั้งสองรู้จักระงับอารมณ์ให้มากกว่านี้และที่สำคัญ การที่ลงรถเหมือนจะเข้ามาหาเรื่องในชุดแบบนี้ไม่เหมาะสม

ภาพวาดของแวนโก๊ะที่ถูกขโมยกลับมาอยู่ที่อิตาลี

ที่สำนักข่าวต่างประเทศได้มีการรายงานภาพวาดของแวนโก๊ะจำนวน 2 ชิ้นที่ได้มีการถูกจารกรรมออกไปจาก พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 2002 ได้ถูกตำรวจอิตาลีตรวจพบและยึดเอาทั้ง 2 ขึ้นมาจากกลุ่มมาเฟียในเมืองเนเปิลแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับการลักลอบขนโคเคนซึ่งนอกเหนือจากภาพวาดที่หลุดมาได้ยังยึดทรัพย์สินที่เป็นมูลค่าหลายล้านยูโรด้วย ตำรวจอิตาลีได้พบทรัพย์สินเหล่านี้เป็นบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้กับเมืองเก่าปอมเปอี ซึ่งพิพิธภัณฑ์ของแวนโก๊ะที่กรุงอัมสเตอร์ดัมได้ระบุว่า อัยการประเทศอิตาลีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายกวาดล้างองค์กรอาชญากรรมได้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง และท้ายที่สุดนั้นทำให้ภาพแวนโก๊ะทั้ง 2 ชิ้นได้กลับขึ้นมาซึ่งมีราคาสูงจนประเมินค่าไม่ได้ จากการจารกรรมภาพวาดของแวนโก๊ะไปจากพิพิธภัณฑ์คนร้ายใช้เวลาเพียงพาสบันไดเข้ามาทางหลังคาในคืนวันที่หกและ 7 ธันวาคม 2002 และใช้คอนอยากทุบหน้าต่างของชั้นหนึ่ง แล้วก่อนที่จะถึงเอาภาพวาดทั้งสองชิ้นออกมาจากกำแพงถุงที่จัดงานแสดงทำให้ผู้เชี่ยวชาญสงสัยเป็นอย่างมากว่าหัวขโมยได้เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ได้อย่างไร ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ออกลาดตระเวนตลอดเวลาซึ่งมีระบบความปลอดภัยแบบอินฟราเรดที่ติดตั้งอยู่ทางเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งสำคัญของโลกด้วย ภาพวาดทั้งสองชิ้นทางด้านพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะได้ขอยืมมาจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์และทั้งสองภาพต่างก็ไม่ได้ทำประกันไว้หลังเกิดเหตุได้จับชาวเนเธอร์แลนด์ 2 คน โทษฐานเป็นหัวขโมยแต่ทั้งคู่ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ทางด้านทั้งหมดอิตาลีได้หยุดพักทั้ง 2 กับขึ้นมาได้และค่อนข้างจะอยู่ในสภาพดีจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมากค่ะ