หนุ่มขับเก๋งชนป้ายจราจรไฟลุกพุ่งเข้าเซเว่น

ทางด้านร้อยตำรวจเอกถีรวัฒน์ ฟักประไพ ซึ่งเป็นร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจสามโคกได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งชนไปในร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นที่หน้าหมู่บ้านกฤษณามุ่งหน้าอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จึงทำให้ไฟไหม้สินค้าทั้งหลานเป็นเหตุให้มีนายไพรัช ลิ่มสกุล ซึ่งเป็นอำเภอสามโคกได้ประสานเจ้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลสามโคกและใกล้เคียงกว่า 10 คันพร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ในที่เกิดเหตุตามร้านสะดวกซื้ออาคารพาณิชย์สามชั้นสามคูหาได้ถูกรถเก๋งโตโยต้าอันติ๊ดสีขาวอยู่ในสภาพเสียหายทั้งคันอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อและไฟกำลังไหม้อย่างรุนแรงทำให้สินค้าภายในร้านเสียหายทั้งหมดคนขับคือนายธนวีย์ อายุ 27 ปีได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกและไฟคลอกทางด้านเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลปทุมธานีแล้ว ถ้ารัเจ้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกไหม้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที สามารถควบคุมเพลิงได้และทรัพย์สินสินค้าภายในร้านเสียหายกว่า 10 ล้านบาทค่ะ เมื่อได้สอบถามนายประภาอายุ 30 ปีซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านได้กล่าวว่าขณะที่ตัวเองกำลังเติมสินค้าผ่านร้านไม่เห็นรถเก่งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วเสียหลักชนป้ายจราจรกลางถนนและเกิดเพลิงลุกไหม้พร้อมกับพุ่งเข้ามาชนร้านจนไฟลุกท่วมสินค้าอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว

แม่เป็นลมหงายท้องหลังลูกชายจับได้ใบแดง

ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าที่วัดศรีวิชัยวัฒนารามจังหวัดชัยนาทได้มีชายไทยในเขตอำเภอเมืองชัยนาทได้ไปเข้ารับการคัดเลือกทหารกองเกินประจำปี 2560 อย่างคึกคักท่ามกลางบรรดาญาติพี่น้องที่ได้มาให้กำลังใจ ในส่วนของจังหวัดชัยนาทมียอดตรวจเลือกจำนวน 717 นายต้องการจำนวน 104 นายร้องขอจำนวน 51 นายในปีนี้เรือพูดกับจำนวน 227 นาย และได้ใบแดงจำนวน 53 ใบใบดำมีจำนวน 174 ใบได้ทำให้เหลืออัตราหนึ่งใบต่อสามคน บรรยากาศในการจับใบดำใบแดงเริ่มต้นในช่วงบ่ายที่ไม่ค่อยฮือฮาเพราะว่าใบดำและใบแดงเป็นสัดส่วนที่เท่าๆกันพอช่วงกลางผู้เข้ารับการคัดเลือกจับได้แต่ใบดำ ใบแดงก็ครักันออกไปในช่วงสุดท้ายเวลาประมาณ 16:00 น. เหลือผู้เข้ารับคัดเลือก 15 คนมีใบแดงเหลือ 3 ใบเท่านั้น และผลปรากฏว่าคนที่จับได้ใบแดงคนสุดท้ายคือคนรองสุดท้ายในขณะที่จับได้ใบแดงผู้เป็นแม่เกิดเป็นลมหงายท้องเพราะตกใจไม่คิดว่าลูกจะได้ใบแดงทำให้เกิดการชุลมุน แพทย์ประจำการคัดเลือกทหารต้องช่วยมาพยุงไปในที่โล่งเพื่อให้ผ่อนคลายและปลอบใจว่าการเป็นทหารเป็นการรับใช้ชาติไม่ได้เป็นรบไปเสี่ยงอันตรายทำให้ญาติสบายใจแล้วพาลูกกลับบ้านได้ตามปกติค่ะ

อุทาหรณ์ทิ้งเด็กเล็กอยู่บ้านคนเดียวพัดตกชั้น 5 รอดหวุดหวิด

ทางด้านสื่อประเทศจีนได้มีการรายงานว่าในช่วงสายของวันที่ 27 มีนาคมเวลาประมาณ 09:30 น. ได้เกิดเหตุระทึกมีเด็กหญิงชาวจีนสามขวบหนึ่งคนที่อยู่เมืองหลิ่วโจว ที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนได้พลัดตกจากลูกกรงกันขโมยชั้น 5 ของอาคารที่พักไปค้างอยู่บริเวณชายคาชั้นสองของตัวอาคารและได้ร้องไห้ตกใจเสียงดังจนชาวบ้านในละแวกนั้นได้ออกมามองหาพร้อมกับติดต่อให้ทางด้านเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือค่ะ รายงานได้ระบุอีกว่าก่อนที่ทางด้านจังที่จะถึงชาวบ้านได้ช่วยกันครึ่งผ้าห่มเพื่อรอรับตัวเด็กหญิงเนื่องจากบริเวณชายคาที่เด็กหญิงนั่งค้างอยู่นั้นกว้างเพียงแค่ 0.5 เมตรเท่านั้นค่ะและยังสูงจากพื้นถึง 5 เมตรกว่าเด็กหญิงก็ยังเล็กซึ่งไม่รู้ความด้วยจึงเกรงว่าเธอจะพลัดตกลงมาจนเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้น จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งใจกล้าและเจ้าที่รักษาความปลอดภัยอีกหน่อยหนึ่งในปีลูกโป่งเพื่อไปคว้าตัวเด็กหญิงที่ได้ขวัญเสียลงมาอย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงที่ลุ้นระทึกของผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้มีการอุ้มปลอบขวัญจนเด็กหยุดร้องไห้พบว่าบริเวณหน้าผากของเด็กมีรอยบวมช้ำเล็กน้อยค่ะ สำหรับสาเหตุที่เด็กหญิงได้พลัดตกลงมาเพราะว่าพ่อแม่ออกไปทำงานปล่อยลูกให้ย่าดูแลบ้านแต่ว่าอยากของเด็กนั้นออกไปโรงพยาบาลปล่อยให้หลานอยู่บ้านคนเดียวจึงไม่คาดคิดว่าหลานจะเล่นสนจนปินลูกกรงกันขโมยพลัดตกลงมา

โจรปีนรั้วหนีแต่กางเกงเกี่ยวรั้วไปไหนไม่ได้

ได้เกิดเหตุคนร้ายจะเข้าไปในโรงเรียนเพื่อจะเข้าไปขโมยของแต่โดนพวกพยายามจะปีนรั้วหนีแต่กางเกงดำติดเหล็กแหลมบนรั้วจนหัวห้อยชี้เห็นแต่กางเกงซับในและไปไหนไม่ได้ ทางด้านหนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์ของประเทศจีนได้มีการรายงานว่า ศุกร์ที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมาได้เกิดเหตุคนร้ายแอบย่องเข้ามาที่โรงเรียนประถมศึกษาที่รัฐแอริโซนาของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อหวังจะขโมยของแต่ทุกคนเค้าก่อนจึงได้พยายามจะกระโดดข้ามประตูรั้วเพื่อที่จะหลบหนีออกไปค่ะ แต่ว่าพลาดท่ากางเกงขายาวของเค้าที่ใส่มาดันไปเกี่ยวกับปลายเหล็กแหลมบนรั้วทำให้หลุดลงมาพันรอบขาของเขาจนหัวของเค้าห้อยต่องแต่งทิมลงพื้น และขาชี้ให้เห็นกางเกงซับในได้แขวนอยู่ที่ประตูจนกระทั่งตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวนพิจารณาในการดำเนินคดีต่อไป

หนุ่มโหดแตะสาวจนน่วมผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว

และที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากกล้องวงจรปิดบริเวณป้อมยามแห่งหนึ่ง ที่ได้บันทึกเหตุการณ์ที่มีชายคนหนึ่งเดินมาทำร้ายผู้หญิงที่ยืนอยู่ที่ป้อมยามไม่ว่าจะเป็นเตะต่อยด้วยความรุนแรง และใช้อีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ใกล้แต่กลับไม่เข้ามาช่วยอะไรเลย และคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดในวันที่ 17 มีนาคมในคลิปไม่ใช่คนหนึ่งเดินมาทำร้ายผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าป้อมยาม เตะต่อยหรือความรุนแรงอีกฝ่ายได้พยายามป้องกันตัวเองแต่ก็ไม่เป็นผลใช่คนนั้นก็ยังลงมือทำร้ายอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะเดินจากไป ขณะที่ไกลกว่านั้นก็มีชายคนหนึ่งยืนอยู่แต่เค้าไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลยแม้แต่น้อยเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้น ในพื้นที่อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรีล่าสุดได้มีการรายงานว่าผู้หญิงคนนั้นกาดที่ถูกทำร้ายได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีเรียบร้อยแล้วค่ะ ผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงไม่ควรจะใส่กางเกงนะคะควรเอากระโปรงมาใส่จะดีกว่า

ปาเจโร่ชนแล้วเหยียบซ้ำอ้างตกใจและหนีไปก่อนเข้ามอบตัวแล้ว

และจากกรณีที่รถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ได้ชนกับรถจักรยานยนต์แล้วเหยียบซ้ำก่อนจะหลบหนีไปได้เกิดช่วงเวลา 23:00 น. ของคืนวันที่ 14 มีนาคมบริเวณถนนเลียบน้ำปิงตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้ขับขี่จักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัสกระทั่งตำรวจออกหมายเรียกเจ้าของรถมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อได้สอบถามข้อเท็จจริงค่ะ ความคืบหน้าล่าสุดเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 17 มีนาคมนายสุกิจเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่สีดำ ได้นำรถยนต์คันที่เชี่ยวชนรถจักรยานยนต์คู่กรณีที่อยู่ในสภาพกำลังซ่อมแซมหน้ารถที่พังเสียหายจากอู่รถแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูนมาพร้อมกับนายพชรทร ที่เป็นคนขับรถในคืนวันเกิดเหตุได้เดินทางมามอบตัวกับพันตำรวจเอกปิยพรรณ ซึ่งเป็นรอง ผบก.ภ.เชียงใหม่ ซึ่งนายสุกิจได้ให้การว่าตนได้รับราชการทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน ในคืนวันเกิดเหตุลูกน้องได้ยืมรถขับรถจนเกิดอุบัติเหตุตนได้รับหมายเรียกจากตำรวจจะรู้ว่าลูกน้องเอารถไปชนชาวบ้านจึงได้ตามมาพบว่า ได้แอบเอารถยนต์ไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่งจึงได้พาตัวไปพบกับเจ้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และนายพชรทรเค้าได้ให้การรับสารภาพว่าคืนวันเกิดเหตุเค้าได้ขับรถคันหนึ่งกล่าวมาตามถนนและจะแซงรถจักรยานยนต์คันหนึ่งแต่ว่าเสียหลักไปชนกับรถจักรยานยนต์ของคนที่ได้เจ็บและขับสวนทางมา เมื่อต้นตกใจและกลัวความผิดจึงขับรถหนีไปและเช้ามาก็เอารถไปเข้าอู่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบัตรเจ็ดและไม่ยอมหยุดให้การช่วยเหลือค่ะ

ชาวบ้านแห่มาขอหวยเสาตะเคียนอายุเกือบ 100 ปีที่สถานีตำรวจภูธรบางโพธิ์

ทางด้านร้อยตำรวจโทศิตปพัฒน์ นวลขำ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของสถานีตำรวจภูธรบางโพได้เล่าให้ฟังว่า สตะเคียนตกน้ำมันได้อยู่กับสถานีตำรวจภูธรบางโพตั้งแต่วันก่อตั้งโรงพักบางโพเมื่อปี พ.ศ.2461 และสมัยก่อนโรงพักบางโพธิ์นั้นทำด้วยไม้สองชั้นปลูกติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาและมีอายุเก่าแก่และก็เพิ่งจะครบรอบ 99 ปีเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมานี้ค่ะ สำหรับเสาไม้ตะเคียนตกน้ำมันแต่ก่อนตั้งอยู่ที่ห้องธุรการต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2532 กรุงเทพมหานครได้มีการทำเขื่อนกั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาป้องกันน้ำเซาะริมตลิ่ง และหรือห้องธุรการบางส่วนของโรงพักออกและในวันที่หรือถอนคนงานก็ช่วยกันยกเสาไม้ตะเคียนขึ้นไปไว้บนดาดฟ้าของห้องพนักงานสอบสวน และได้เผยอีกว่าผ่านไป 3 ปีก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นเมื่อภรรยาของเจ้าที่ตำรวจในโรงพักที่แฟลตของโรงพักได้ฝันว่ามีหญิงสาวแต่งชุดขาวมาเข้าฝันและได้บอกว่าไอ้พวกหัวดำหัวหงอกเอากูไปตากแดด และข่าวลือนี้ทำให้หลายคนได้ฟังถึงเรื่องความฝันและเชื่อว่าสามารถจะเขียนจบนะมันจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ช่วยกันยกลงมาตั้งไว้ที่ห้องสิบเวรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเมื่อเขาหรือได้ไปถึงหูชาวบ้านก็ได้มากราบไหว้ขอหวยถูกบ้างไม่ถูกบ้างและสำหรับรายที่ถูกก็จะนำผ้าแพรเจ็ดสีมาผูกถวายและกลับไหว้หลังจากนั้นก็มีชาวบ้านได้ให้หลังส่งมาดูว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใดที่อยู่ในเสาร์ตะเคียนตกน้ำมันแห่งนี้ ร่างทรงได้บอกว่าเป็นเทพที่อยู่ในเสาตะเคียนคือแม่สร้อยทองที่คอยดูแลปกปักรักษาโรงพักแห่งนี้จากนั้นชาวบ้านก็เลยแห่กันมากราบไหว้ไม่เว้นแต่ละวันเลยค่ะ

ลุงวัย 64 ปีใช้กางเกงผูกคอดับคาห้องขังหลังถูกจับยาบ้า

และในวันที่ 11 มีนาคมเวลาประมาณ 20:00 น. ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าทางด้านเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพร้อมกับแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจโคกครามได้ตรวจสอบที่ห้องควบคุมผู้ต้องขังของสถานีตำรวจโคกคราม หลังจากเกิดเหตุนายพงษ์พันธ์อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาที่มียาบ้าในการครอบครองจำหน่าย 10 เม็ดได้ถูกจับกุมในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้ใช้กางเกงขายาวผูกคอตายที่ห้องขังในช่วงบ่ายของอีกวันค่ะ เมื่อได้มีการตรวจสอบสภาพศพของนายพงษ์พันธ์ได้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมงเบื้องต้นตามลำตัวไม่มีบาดแผลหรือว่ารอยฟกช้ำแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ทางด้านจอที่ได้ส่งศพผู้เสียชีวิต ไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่ชัดเจนอีกครั้ง ทางญาติไม่มีการติดใจถึงสาเหตุของการเสียชีวิตเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาหลังจากจับกุมญาติไปเยี่ยมผู้ตายบ่นเครียดและอยากตายเพื่อหนีปัญหาค่ะ

รุ่นใหญ่ดวลหมัดกันสนั่นเมืองกลางตลาดวโรรสจังหวัดเชียงใหม่

และทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่ามีผู้ใช้ Facebook ท่านหนึ่งได้มีการเผยแพร่คลิปเป็นเหตุการณ์รถรับจ้าง 4 ล้อแดงได้เบียดกับรถกระบะส่งน้ำแข็งบริเวณถนนชัยศรีภูมิอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่ทั้งสองคันนั้นจะขับไปจอดบริเวณตลาดวโรรสและลงมาต่อว่ากันด้วยความโมโหกระทั่งได้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ได้ชกต่อยกันกลางถนนท่ามกลางประชาชนกับนักท่องเที่ยวที่ได้เดินจับจ่ายที่ย่านนั้นก่อนจะมีคนเข้ามาห้ามปรามและแยกย้ายกันไป คงขับรถกระบะส่งแข่งที่เป็นเจ้าของ Facebook ได้นำคลิปมาโพสลงในโซเชียลและได้เราว่าเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในวันที่หกมีนาคมที่ผ่านมาขณะที่ตนเองกับบิดาได้ขับรถนำน้ำแข็งไปส่งที่ตลาดวโรรสและระหว่างทางมีรถรับจ้างสี่ล้อแดงที่เพิ่งจะมีผู้โดยสารขึ้นรถมา ได้ขับออกมาจากขอบทางด้านซ้ายเกือบจะชนรถของตนเองจึงได้บีบแตรส่งสัญญาณบอกว่ามีรถมาด้านข้างค่ะ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดการเฉี่ยวชนหลังจากนั้นได้ขับต่อไปตามปกติไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่ว่าเมื่อขับไปถึงจุดส่งน้ำแข็งที่ตลาดวโรรส ที่ห่างจาก. เบียดกันประมาณ 1 กิโลเมตรรถสี่ล้อแดง คู่กรณีได้นำผู้โดยสารไปส่งที่ตลาดได้จอดรถแล้วเดินตรงมาต่อว่าที่ตนบีบแตรจนมีเสียงกันเกิดขึ้นซึ่งตนเองก็ยืนยันว่ามีการเบียดออกมาและมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกไว้ในขณะที่โชเฟอร์สีลแดงก็ไม่ยอมและจะไม่ดูกล้องจึงได้มีการทะเลาะกัน สุดท้ายตกลงกันแบบผู้ชายต่อยกันคนละครั้งก่อนจะจับมือและแยกย้ายกันไปค่ะ สาเหตุที่นำคลิปมาลงใน Facebook เพราะต้องการให้ผู้ใช้รถระมัดระวังตนเองจะมีกล้องติดหน้ารถแต่คู่กรณีก็ยังไม่ยอมรับพร้อมขอไปยังสี่ล้อแดงให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นด้วย

เจ้าคณะปทุมธานีได้ออกคำสั่งให้พระกับเณรกลับวัดต้นสังกัด

ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานความเคลื่อนไหวในกรณีที่วัดพระธรรมกายในวันนี้ ซึ่งล่าสุดทางด้านเจ้าหน้าที่ไปออกคำสั่งให้พระและเณรที่ได้มาชุมนุมเดินทางกลับวัดทันทีโดยทางลาดพระเทพพระราชสุธีจากจังหวัดปทุมธานีได้ออกประกาศจากคณะจังหวัดปทุมธานีในวันที่ 4 มีนาคม เรื่องให้พระภิกษุสามเณรกลับไปปฏิบัติศาสนกิจที่สังกัดเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายกับวัดพระธรรมกาย ตลอดจนพื้นที่โดยรอบให้เป็นไปตามคำสั่งของ คสช.ที่5/2560 และทางด้านเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีได้มีประกาศดังนี้ค่ะ ให้พระภิกษุสังกัดวัดธรรมกายทุกรูปที่ชุมนุมที่ตลาดกลางคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีกลับไปพื้นที่โดยรอบพื้นที่วัดกับไปปฏิบัติศาสนกิจในเขตพื้นที่ตั้งวัดพระธรรมกาย ให้พระภิกษุสามเณรที่มิได้สังกัดอยู่ในวัดกลับไปปฏิบัติศาสนกิจที่วัดของตนด้วย ให้ทางด้านเจ้าคณะอำเภอเจ้าคณะตำบลพระวิทยาการพร้อมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกลับตอนด้านเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาตรวจหนังสือสุทธิของพระพิษุสามเณรให้ชัดเจนมาตรวจแล้วมีสังกัดถูกต้องให้กับสังกัดเดิมหากไม่ถูกไม่เรียบร้อยให้ดำเนินตามอำนาจหน้าที่ต่อไป