จอดติดเครื่องนอนพบอีกทีกลายเป็นศพ

ทางด้านร้อยเวรสอบสวนของสถานีตำรวจบางนาได้รับแจ้งเหตุว่าได้พบผู้เสียชีวิตในรถฟอร์ดเอสแค๊ป สีบรอนทองจอดอยู่หน้าสถานีบริการน้ำมันที่ถนนสุขุมวิทช่วงปากซอยลาซาล ในพื้นที่เขตบางนาในที่เกิดเหตุนั้นอยู่บริเวณจุดบริการล้างรถภายในปั๊มน้ำมัน และรถคันดังกล่าวก็มีผู้เสียชีวิตสองรายเป็นชายหนึ่งรายและอีกหนึ่งรายค่ะ และทางด้านฝ่ายชายทราบชื่อคือนายขัตติยะอายุ 37 ปี ได้นั่งบริเวณคนขับในลักษณะปรับเบาะนอนหงายและผู้หญิงทราบชื่อคือนางสาวประเทืองอายุ 52 ปีอยู่ด้านข้างคนขับในลักษณะการนั่งเสียชีวิตค่ะ จากการที่ได้สอบถามพยานซึ่งเป็นพนักงานในปั๊มน้ำมันได้เปิดเผยว่าพบรถคันนี้ได้มาจอดตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาในลักษณะสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้เมื่อช่วงเช้าได้มาขอกระจกแต่ไม่ตื่นจึงลองเปิดประตูรถพบว่าไม่ได้ล็อค เพราะว่าทั้งสองคนได้เสียชีวิตแล้วค่ะ ทางด้านเจ้าที่ได้มาพิสูจน์และตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลร่องรอยการถูกทำลายล่าสุดสามารถติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตได้แล้วทางด้านเจ้าที่ได้ส่งร่างของผู้เสียชีวิตไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตค่ะ

แม่สงสัยอดีตนายก อบต.สามีเก่าลวงลูกสาวไปฆ่า

และจากกรณีที่คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงนางสาววีรญาภา พาหรือว่าเปิ้ลอายุ 36 ปีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายและแผนระดับ 6 อบต.บึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เสียชีวิตบนรถเก่งฮอนด้าแอคคอร์ดซึ่งเหตุใดเกิดในวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมาคาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวเนื่องจากผู้ตายมีรูปร่างหน้าตาดีและมีชายมาติดพันหลายคนหรืออาจจะขัดแย้งเนื้อเรื่องของธุรกิจรถยนต์มือสองที่ผู้ตายนั้นทำอยู่ กับความคืบหน้าในวันที่ 16 มีนาคมทางด้านนางบานเย็นเป็นแม่ของผู้ตายได้ให้การว่าปกติแล้วลูกสาวเจ้าปัญหาส่วนตัวให้ฟังส่วนใหญ่จะมาจากสามีคนเก่าที่เป็นอดีตนายก อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ที่รู้อยากกันไปเมื่อสองปีก่อนหลังจากที่ผู้แต่รู้ว่าอดีตนายก อบต.คนดังกล่าวนั้นมีครอบครัวแล้วเมื่อทราบว่าลูกสาวได้จดทะเบียนสมรสใหม่เกิดความหึงหวง จึงได้ลวงจากที่ทำงานให้ไปดูรถก่อนจะขอเจรจาตกลงปัญหาเมื่อตกลงกันไม่ได้จึงได้ถูกยิง เมื่อชุดคลี่คลายคดีรู้เรื่องแล้วจึงพยามติดต่อไปยังนายก อบต.คนดังกล่าวแต่ปรากฏว่าเจ้าตัวออกจากนอกพื้นที่ไปแล้ว เมื่อได้เช็คทุรกรรมทางเงินก็เงินที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อนำไปใช้หลบหนีไปหาญาติที่จังหวัดกาญจนบุรีให้ถ้าไปซ่อนตัวตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้านและยังไม่พบหลักฐานการเดินทางออกนอกประเทศ

พ่อแม่แบกกระเป๋าใบใหญ่ใส่ของฝากเดินทางไกลเพื่อเยี่ยมลูกสาว

ในวันที่ 14 มีนาคมเท่านั้นเว็บไซต์ขับประเทศจีนได้มีการรายงานว่าได้มีสองตายายคู่หนึ่งได้ตัดสินใจจะเดินทางไกลกว่าเครื่อง 1000 กิโลเมตรและได้แบบกระเป๋าสะพายหลังใหญ่คนละใบที่เหลือใส่อาหารของฝากไม่ว่าจะเป็นซอสเปรี้ยวต้นหอมแอปเปิ้ลเขียวสตอเบอรี่แต่งกว่าแป้งทอดขนมเปี๊ยะสดผักและผลไม้และวัตถุดิบอื่นๆจนเต็มกระเป๋าเพื่อนจะไปเยี่ยมลูกสาวที่แต่งงานออกเรือนไปอยู่กับสามีค่ะ ซึ่งเมื่อเก้าปีก่อนหลังจากที่ลูกสาวของตายายที่จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยก็ได้แต่งงานกับหนุ่มทหารนายหนึ่งย้ายไปอยู่กับสามีหลังจากแต่งงานสามีก็ต้องประจำในหน่วยกองกำลังทหารที่เขตชายแดนเมืองเฮยเหอ มณฑลเฮ้ยหลงเจียงอยู่ทางตอนออกเฉียงเหนือของประเทศจีนเธอจึงได้สละงานที่ทำอยู่เพื่อตามมาอยู่กับสามีของเธอ เป็นเพียงแค่ห้องเช่าเล็กๆดูแลลูกไปด้วยทำงานไปด้วยงานนี้ทำให้สองตายายเป็นห่วงจึงได้มีการจัดเตรียมของฝากใส่กระเป๋าเดินทางไกล กว่าหลาย 100 กิโลเมตรเพื่อที่จะมาเยี่ยมงานนี้ทำให้ลูกสาวที่เห็นพ่อกับแม่ต้องลำบากหอบขอซื้อกระเป๋ามาฝากถึงบ้านถึงกับน้ำตาใหลออกมากันเลยค่ะ และสองตายายก็พูดถึงว่าสินค้าที่มีราคาแพงผลไม้ที่ยังไม่สุกก็เลยไม่อยากถูกส่งมารสชาติก็ยังไม่เหมือนบ้านของเราส่วนหลานสาวกรุณารมากๆเห็นตายายขนของมาฝากก็ช่วยหยิบออกมาจากกระเป๋าใส่ไว้ในตู้เย็นด้วยค่ะ

สุดระทึกลุงวัย 65 ปีเผลอเหยียบคันเร่งพุ่งชนร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน

ในเวลาประมาณ 12:30 น. ของวันที่ 3 มีนาคม ทางด้านร้อยตำรวจเอกสุระ ศรีจินดา ซึ่งเป็นรองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนร้านสะดวกซื้อที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.สตึก ที่ได้ตั้งอยู่บริเวณถนนสายบุรีรัมย์-สตึก ได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออสสีดำ สภาพด้านหน้าผู้ผลิตกระจกร้านสะดวกซื้อเกือบมิดทั้งคัน ทำให้กระจกและสินค้าภายในร้านได้รับความเสียหาย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการตกใจ และบางคนต้องกระโดดหนีเอาตัวรอดและทราบชื่อคนขับคือนายกำธรอายุ 65 ปี เมื่อได้สอบสวนคนขับรถทราบว่าในขณะที่กำลังจะเลี้ยวรถเข้ามาซื้อของพอขับเข้า ช่องจอดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อตั้งใจจะเหยียบเบรคแต่ผ่านไปเหยียบคันเร่ง และลดก็เป็นเกียร์ออโต้ทำให้พุ่งขึ้นไปบนฟุตบาทชนกระจกแตกก่อนจะพุ่งทะลุเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ และต้นก็ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางร้านและโชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือว่าเสียชีวิตค่ะ

เจ้าของร้านออกมาแจงค่าอาหารทะเล 5400 บาทยันติดป้ายชัดเจน

สำหรับกรณีที่มี Facebook ได้โพสต์ข้อความออกมาตำหนิหลังที่เขาได้ไปรับประทานอาหารทะเลย่าประตูน้ำกับเพื่อนต่างชาติรวม 4 คนราคาอาหารทั้งหมด 5400 บาทและมีภาษีและค่าบริการรวม 800 บาททางด้านทีมข่าวก็ได้รับการชี้แจงจากทางร้านจึงจัดว่ามีการติดป้ายราคาที่ชัดเจน ใบเสร็จเมนูค่ะอาหารทะเลระบุเมนูปูผัดผงกระหรี่ราคา 1680 บาทปลากะพงย่างเกลือ 1280 บาทอาหารอื่นๆรวมเป็นเงิน 5414 บาทและได้มีการถูกแชร์ผ่าน Facebook ของลูกค้าที่ได้ไปทานอาหารระบุว่าราคาสูงคิดค่าบริการเซอร์วิสชาร์ทเพิ่มอีกถึง 800 บาท ทางด้านทีมข่าวได้สอบถามร้านอาหารที่อยู่ย่านประตูน้ำก็ได้รับคำตอบที่ชี้แจงออกมาผ่านทางร้อยตรีผล พุ่มประยูร ที่เป็นห่วงส่วนร้านประตูน้ำซีฟู้ดด้วยบอกว่าอาหารทะเลที่ร้านคิดราคาตามน้ำหนักสำหรับปูอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 2800 บาทปลากะพงขายกิโลกรัมละ 1300 บาทขึ้นไปค่ะกับประเด็นเรื่องค่าเซอร์วิสชาร์ทและบริการระบุอยู่ในบินถึง 800 บาทเท่านั้นชี้แจงว่าได้แบ่งคิดเป็นค่าบริการ 10% กับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ที่นอกเหนือจากราคาของอาหารเพราะว่าทางร้านไม่ได้บวกเพิ่มในราคาอาหารตั้งแต่แรกซึ่งได้ระบุเงื่อนไข และภาพเมนูอาหารให้กับลูกค้าได้เห็นอย่างชัดเจน และทางร้านก็เลยเปิดขายมากกว่าเจ็ดปีแล้วยืนยันว่าราคามาตรฐานเริ่มต้นที่ 300 บาทเหตุผลที่ต้องราคาสูงเพราะว่าได้มีการคัดเกรดคุณภาพสูงและลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติและที่ผ่านมาก่อนที่จะมีอาหารทะเลก็ได้มีการไปประกอบอาหารและมีการนำไปชั่งกิโลละคิดเป็นเงินให้กับลูกค้าให้ทราบก่อนทุกครั้งด้วย ในกรณีที่พนักงานตะโกนว่าลูกค้าจะของ Facebook อบรมว่ากล่าวตักเตือนพนักงานไปแล้วอย่างแน่นอนและควร

พบชาวแคนาดาหายตัวไป 5 ปีที่ป่าอเมซอน

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ทางด้านนายอันตอน พีลิป้า ซึ่งเป็นชาชักขณะดาวัย 39 ปีเค้าได้หายออกไปจากบ้านที่เมืองแวนคูเว่อร์ตั้งแต่ปี 2012 และผู้ที่พบเห็นชายคนนี้ครั้งสุดท้ายที่กำลังเดินเท้าเปล่าขณะที่ญาติใกล้ชิดได้บอกว่าในอันตอนมีอาการป่วยทางจิตและพูดขึ้นมาว่าจะเดินทางข้ามทวีปไปอเมริกาใต้ด้วยค่ะ และเวลาผ่านไปห้าปีตำรวจบาซิวได้พบชายคนนี้ อยู่ในป่าอเมซอนด้วยเท้าเปล่าตัวแปรเปื้อนไปด้วยโคลนสงสัยเพียงแค่กางเกงขาสั้นเสื้อกล้ามไม่สามารถพูดภาษาท้องถิ่นบราซิลได้ค่ะ เจ้าที่ตำรวจได้รายงานว่านายอ่านตอนไม่มีหนังสือเดินทางบัตรประจำตัวใดติดตัวเลยเมื่อเจ้าที่ตำรวจได้พบตัวได้สอบสวนหาข้อมูลผู้สูญหายปรากฏว่าปิดตรงกับลักษณะของชายที่พบที่ป่าอดมซอนและญาติของเค้า ก็ได้มีการขึ้นทะเบียนบุคคลสูญหายในปี 2012 เมื่อ 5 ที่แล้ว ล่าสุดเขาได้รับการช่วยเหลือและถูกส่งตัวกลับมายังแคนาดามาพบกับครอบครัวขณะที่บราซิลได้รายงานว่าจากการสัมภาษณ์นายอันต่ออันเค้ารู้รอดชีวิตมาได้ด้วยการเก็บผลไม้ในป่ากินประทังชีวิตนอนพักที่เพิ่งเก่าๆอยู่ที่ป่าอเมซอนในเวลากลางคืนค่ะ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงโร่ดับไฟหลังสาวเตรียมจุดเถียนขอแฟนแต่งงาน

ทางด้านสำนักข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานว่าในช่วงค่ำของวันที่ 12 กุมภาพันธ์เวลาประมาณ 20:00 น. ได้มีสาวที่ชื่อว่าเอ็มมี่ว่า 21 ปีเธอได้จัดเตรียมวางเทียนไขสีแดงทั้งๆให้เป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ซึ่งเธอตั้งใจจะขอแฟนหนุ่มวัย 30 ปีแต่งงานที่ถนนย่านหว่องก๊อก และอย่างนี้ก็เต็มไปด้วยของซื้อของขายมากมายและมีผู้คนทุกพล่านอยู่ใกล้ กับสถานีรถไฟใต้ดินของฮ่องกง แต่ว่าผู้คนที่เดินไปมาบนถนนก็อว่าจะเกิดเพลิงไหม้และเป็นอันตรายจึงยกโทรศัพท์แจ้งเจ้าที่ตำรวจทำเอางานนี้เจ้าที่ตำรวจและเจ้าที่ดับเพลิงได้ค้นอุปกรณ์ดับเพลิงมาที่ศาลที่ที่รักแจ้งและสุดท้ายเธอก็ไม่ได้จุดเถียนอย่างที่ตั้งใจไว้บนพื้นถนนแต่เธอก็ยังขอแฟนหนุ่มสุดที่รักของเธอแต่งงานได้สำเร็จค่ะ และได้เผยว่าเธอกับแฟนหนุ่มได้คบกันมาหนึ่งปีกว่าตัวอายุของเธอพ่อและแม่บรรดาเพื่อนเพื่อนต่างก็ไม่เห็นด้วยจะให้ทั้งคู่คบกันทั้งนั้นค่ะก็หวังว่าการขอแต่งงานครั้งนี้จะเผยเห็นว่าให้พวกเขาเข้าใจถึงความรักที่พวกเขามีให้กันอายุไม่ได้เป็นตัวขีดถึงความรักค่ะ

คุณตาวัย 90 ปีมีเพียงมุ้งนอนใต้ทางด่วนแต่โชคดีเจอนางฟ้า

โดยระบุว่าช่วงเย็นเราเดินทางกลับบ้านกับเพื่อนๆ เจอคุณตานั่งพักอยู่ตรงตระกูลแถวอรรถวิทย์ บางนาตอนแรกแกจะนั่งตรงข้างหน้าเราเลย แต่แกหันมาเจอเราแกเลยเดินไปนั่งหลบมุมเราเลยเดินเข้าไปถามคุณตาว่าจะไปไหนเราอาสาจะไปส่งคุณตาที่บ้านแต่ตาบอกไม่เป็นไรแต่พวกเราก็จะไปส่งตาให้ได้เพราะแกถือของหลายอย่างสุดท้ายแกก็ยอมให้ไปส่งระหว่างเดินทางแกเดินๆพักๆตลอดทางเรากับเพื่อนก็รอให้แกพักเหนื่อย พอไปถึงคือตาพักอยู่ใต้ทางด่วนตอนแรกอาศัยใต้ทางด่วนตรงสะพานลอยที่จอดรถเก็บขยะของทางหลวงแล้วก็โดนทางหลวงเค้าไล่พี่เลยได้ย้ายมาอยู่ตรงใต้ทางด่วนที่ไม่มีหลังคาอะไรเลยคุณตาไม่มีที่นอนมีแค่ผ้าเก่าๆกลางเป็นมุ้งมีไม้เก่าๆไว้รองนอนคุณตาอาบน้ำจากบ่อน้ำใต้ทางด่วนคุณตาอายุ 90 ปีตามมาจากอุดรมีอาชีพลับฃบมีดคุณตาจะเดินรับจ้างลับมีดไปเรื่อยๆแล้วก็ค่อยกลับมานอนที่ใต้ทางด่วนคุณตาเพิ่งไปตรวจรักษามา เนื่องจากตอนขึ้นรถสองแถวรถขับออกตัวแรงทำให้คุณตาหงายหลังตกรถ ไปเอ็กซเรย์กระดูกสันหลังร้าวเลยต้องกลับไปรักษาที่บ้านเกิดเพิ่งกลับมาที่กรุงเทพคุณตาบอกว่าถ้าตาอยู่ที่บ้านอุดรตาไม่มีตังค์ใช้เลยต้องมาทำงานที่นี่ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้โพสต์และเพื่อนได้พาคุณตาไปทานข้าวเช้าพร้อมพาไปดูที่อยู่ใหม่ซึ่งเป็นบ้านพักมีความร่มรื่นน่าอยู่ตั้งอยู่หมู่บ้านสินทรซอย 17 โดนมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงชื่นชมมากมาย

โรงงานที่จีนระเบิดลูกไฟพวยพุ่งเหมือนในหนัง

ทางด้านสำนักข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานว่าเกิดเหตุโรงงานระเบิดอย่างรุนแรงที่มณฑลอานฮุย ซึ่งทำให้มีลูกไฟนั้นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงกลางดึกได้สร้างความตื่นแล้วตกใจให้กับชาวเมืองที่ได้มองเห็นลูกไฟซึ่งแม้จะอยู่ห่างไกลหลายกิโลเมตรก่อนที่จะมีเสียงระเบิดดังตามมาสนั่นหวั่นไหวเลยค่ะ จากรายงานได้ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่แปดกุมภาพันธ์เวลาประมาณ 22:45 น. ตามเวลาของท้องถิ่นทางด้านประชาชนชาวเมืองต่งหลิง ของมณฑลอานฮุ้ย จะต้องรู้สึกประหลาดใจและตกใจในภาพที่เห็นที่เหนือฝากฟ้าซึ่งหลายคนได้คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นการแชร์ที่โลกออนไลน์ และภาพท้องฟ้าก็กลายเป็นเปลวเพลิงลูกไฟขนาดใหญ่นั้นก็ได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทำให้เกิดแสงสว่างในช่วงกลางดึกด้วย และหลังจากที่ภาพลูกไฟดังกล่าวที่ได้มองเห็นทั่วเมืองเกิดขึ้นได้มีการตรวจสอบว่าเป็นเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงของโรงงานสารเคมีแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่ชานเมืองต่งหลิง ซึ่งสารเคมีที่ได้เกิดระเบิดนั้นทำให้โรงงานพังเกือบทั้งหมดและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างมากอีกด้วย ทางด้านเจ้าที่ได้มีการประกาศเตือนภัยเบื้องต้นได้มีการเฝ้าระวังและจับตาดูอาจจะมีผลกระทบกับชาวเมืองที่อยู่ใกล้เคียงขณะที่เจ้าที่ดับเพลิงท้องถิ่นต่างระดมกำลังเข้าระงับเหตุซึ่งต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ขณะที่เบื้องต้นก็ไม่มีรายงานของผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ด้วย ซึ่งภาพท้องฟ้าได้กลายเป็น 10 เลวเพิงได้ถูกแชร์อย่างรวดเร็วและได้กลายเป็นประเด็นที่ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาหลายคนตื่นตาตื่นใจและรู้สึกเกรงขามกับเหตุการณ์บางคนได้บอกว่าเหมือนกับฉากในหนังหายนรกแตกเลยค่ะ

มีประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสำคัญแห่งชาติ

ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ช่วงเวลาประมาณ 14:20 น. ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาลของตึกนารีสโมสรทำเนียบรัฐบาลซึ่งภายหลังในการเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี ทางบ้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานพันเอกอภิสิทธิ์ ไชยนุวัฒน์ ที่เป็นผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีการแถลงว่ากับการประชุมคณะรัฐมนตรีนั้นมีมติรับทราบในการลงนามรับสนองพระราชโองการในการประกาศสำนักนายกฯรัฐมนตรีในเรื่องการกำหนดวันสำคัญของชาติไทยตามที่ได้ส่งพระกรุณาโปรดเก้าโปรดกระหม่อม ให้กำหนดที่ว่าวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีจะเป็นวันสำคัญของชาติตามสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีคือ จะเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จภาพปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดชบรมมนาถบพิตรและเป็นวันชาติเป็นวันพ่อแห่งชาติด้วยค่ะ พระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงโปรดเก้าโปรดกระหม่อมกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติไทยเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดชบรมมนาถบพิตรเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 นั้นก็ยังอยู่ในความสลดอย่างยิ่งของพสกนิกรชาวไทยค่ะ พระมหากรุณาที่คุณได้มีการพระราชทานต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมาสำหรับองชนชาวไทยได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณที่ตระหนักถึงความสำคัญในวันที่ห้าธันวาคมที่เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระประมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดชบรมมนาถบพิตร ซึ่งพร้อมกันนี้ทางด้านคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันหยุดราชการอีกด้วย