จอดติดเครื่องนอนพบอีกทีกลายเป็นศพ

ทางด้านร้อยเวรสอบสวนของสถานีตำรวจบางนาได้รับแจ้งเหตุว่าได้พบผู้เสียชีวิตในรถฟอร์ดเอสแค๊ป สีบรอนทองจอดอยู่หน้าสถานีบริการน้ำมันที่ถนนสุขุมวิทช่วงปากซอยลาซาล ในพื้นที่เขตบางนาในที่เกิดเหตุนั้นอยู่บริเวณจุดบริการล้างรถภายในปั๊มน้ำมัน และรถคันดังกล่าวก็มีผู้เสียชีวิตสองรายเป็นชายหนึ่งรายและอีกหนึ่งรายค่ะ และทางด้านฝ่ายชายทราบชื่อคือนายขัตติยะอายุ 37 ปี ได้นั่งบริเวณคนขับในลักษณะปรับเบาะนอนหงายและผู้หญิงทราบชื่อคือนางสาวประเทืองอายุ 52 ปีอยู่ด้านข้างคนขับในลักษณะการนั่งเสียชีวิตค่ะ จากการที่ได้สอบถามพยานซึ่งเป็นพนักงานในปั๊มน้ำมันได้เปิดเผยว่าพบรถคันนี้ได้มาจอดตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาในลักษณะสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้เมื่อช่วงเช้าได้มาขอกระจกแต่ไม่ตื่นจึงลองเปิดประตูรถพบว่าไม่ได้ล็อค เพราะว่าทั้งสองคนได้เสียชีวิตแล้วค่ะ ทางด้านเจ้าที่ได้มาพิสูจน์และตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลร่องรอยการถูกทำลายล่าสุดสามารถติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตได้แล้วทางด้านเจ้าที่ได้ส่งร่างของผู้เสียชีวิตไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตค่ะ

หนุ่มโหดแตะสาวจนน่วมผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว

และที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากกล้องวงจรปิดบริเวณป้อมยามแห่งหนึ่ง ที่ได้บันทึกเหตุการณ์ที่มีชายคนหนึ่งเดินมาทำร้ายผู้หญิงที่ยืนอยู่ที่ป้อมยามไม่ว่าจะเป็นเตะต่อยด้วยความรุนแรง และใช้อีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ใกล้แต่กลับไม่เข้ามาช่วยอะไรเลย และคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดในวันที่ 17 มีนาคมในคลิปไม่ใช่คนหนึ่งเดินมาทำร้ายผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าป้อมยาม เตะต่อยหรือความรุนแรงอีกฝ่ายได้พยายามป้องกันตัวเองแต่ก็ไม่เป็นผลใช่คนนั้นก็ยังลงมือทำร้ายอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะเดินจากไป ขณะที่ไกลกว่านั้นก็มีชายคนหนึ่งยืนอยู่แต่เค้าไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลยแม้แต่น้อยเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้น ในพื้นที่อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรีล่าสุดได้มีการรายงานว่าผู้หญิงคนนั้นกาดที่ถูกทำร้ายได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีเรียบร้อยแล้วค่ะ ผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงไม่ควรจะใส่กางเกงนะคะควรเอากระโปรงมาใส่จะดีกว่า

ปาเจโร่ชนแล้วเหยียบซ้ำอ้างตกใจและหนีไปก่อนเข้ามอบตัวแล้ว

และจากกรณีที่รถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ได้ชนกับรถจักรยานยนต์แล้วเหยียบซ้ำก่อนจะหลบหนีไปได้เกิดช่วงเวลา 23:00 น. ของคืนวันที่ 14 มีนาคมบริเวณถนนเลียบน้ำปิงตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้ขับขี่จักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัสกระทั่งตำรวจออกหมายเรียกเจ้าของรถมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อได้สอบถามข้อเท็จจริงค่ะ ความคืบหน้าล่าสุดเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 17 มีนาคมนายสุกิจเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่สีดำ ได้นำรถยนต์คันที่เชี่ยวชนรถจักรยานยนต์คู่กรณีที่อยู่ในสภาพกำลังซ่อมแซมหน้ารถที่พังเสียหายจากอู่รถแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูนมาพร้อมกับนายพชรทร ที่เป็นคนขับรถในคืนวันเกิดเหตุได้เดินทางมามอบตัวกับพันตำรวจเอกปิยพรรณ ซึ่งเป็นรอง ผบก.ภ.เชียงใหม่ ซึ่งนายสุกิจได้ให้การว่าตนได้รับราชการทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน ในคืนวันเกิดเหตุลูกน้องได้ยืมรถขับรถจนเกิดอุบัติเหตุตนได้รับหมายเรียกจากตำรวจจะรู้ว่าลูกน้องเอารถไปชนชาวบ้านจึงได้ตามมาพบว่า ได้แอบเอารถยนต์ไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่งจึงได้พาตัวไปพบกับเจ้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และนายพชรทรเค้าได้ให้การรับสารภาพว่าคืนวันเกิดเหตุเค้าได้ขับรถคันหนึ่งกล่าวมาตามถนนและจะแซงรถจักรยานยนต์คันหนึ่งแต่ว่าเสียหลักไปชนกับรถจักรยานยนต์ของคนที่ได้เจ็บและขับสวนทางมา เมื่อต้นตกใจและกลัวความผิดจึงขับรถหนีไปและเช้ามาก็เอารถไปเข้าอู่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบัตรเจ็ดและไม่ยอมหยุดให้การช่วยเหลือค่ะ

แม่สงสัยอดีตนายก อบต.สามีเก่าลวงลูกสาวไปฆ่า

และจากกรณีที่คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงนางสาววีรญาภา พาหรือว่าเปิ้ลอายุ 36 ปีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายและแผนระดับ 6 อบต.บึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เสียชีวิตบนรถเก่งฮอนด้าแอคคอร์ดซึ่งเหตุใดเกิดในวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมาคาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวเนื่องจากผู้ตายมีรูปร่างหน้าตาดีและมีชายมาติดพันหลายคนหรืออาจจะขัดแย้งเนื้อเรื่องของธุรกิจรถยนต์มือสองที่ผู้ตายนั้นทำอยู่ กับความคืบหน้าในวันที่ 16 มีนาคมทางด้านนางบานเย็นเป็นแม่ของผู้ตายได้ให้การว่าปกติแล้วลูกสาวเจ้าปัญหาส่วนตัวให้ฟังส่วนใหญ่จะมาจากสามีคนเก่าที่เป็นอดีตนายก อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ที่รู้อยากกันไปเมื่อสองปีก่อนหลังจากที่ผู้แต่รู้ว่าอดีตนายก อบต.คนดังกล่าวนั้นมีครอบครัวแล้วเมื่อทราบว่าลูกสาวได้จดทะเบียนสมรสใหม่เกิดความหึงหวง จึงได้ลวงจากที่ทำงานให้ไปดูรถก่อนจะขอเจรจาตกลงปัญหาเมื่อตกลงกันไม่ได้จึงได้ถูกยิง เมื่อชุดคลี่คลายคดีรู้เรื่องแล้วจึงพยามติดต่อไปยังนายก อบต.คนดังกล่าวแต่ปรากฏว่าเจ้าตัวออกจากนอกพื้นที่ไปแล้ว เมื่อได้เช็คทุรกรรมทางเงินก็เงินที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อนำไปใช้หลบหนีไปหาญาติที่จังหวัดกาญจนบุรีให้ถ้าไปซ่อนตัวตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้านและยังไม่พบหลักฐานการเดินทางออกนอกประเทศ

พ่อแม่แบกกระเป๋าใบใหญ่ใส่ของฝากเดินทางไกลเพื่อเยี่ยมลูกสาว

ในวันที่ 14 มีนาคมเท่านั้นเว็บไซต์ขับประเทศจีนได้มีการรายงานว่าได้มีสองตายายคู่หนึ่งได้ตัดสินใจจะเดินทางไกลกว่าเครื่อง 1000 กิโลเมตรและได้แบบกระเป๋าสะพายหลังใหญ่คนละใบที่เหลือใส่อาหารของฝากไม่ว่าจะเป็นซอสเปรี้ยวต้นหอมแอปเปิ้ลเขียวสตอเบอรี่แต่งกว่าแป้งทอดขนมเปี๊ยะสดผักและผลไม้และวัตถุดิบอื่นๆจนเต็มกระเป๋าเพื่อนจะไปเยี่ยมลูกสาวที่แต่งงานออกเรือนไปอยู่กับสามีค่ะ ซึ่งเมื่อเก้าปีก่อนหลังจากที่ลูกสาวของตายายที่จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยก็ได้แต่งงานกับหนุ่มทหารนายหนึ่งย้ายไปอยู่กับสามีหลังจากแต่งงานสามีก็ต้องประจำในหน่วยกองกำลังทหารที่เขตชายแดนเมืองเฮยเหอ มณฑลเฮ้ยหลงเจียงอยู่ทางตอนออกเฉียงเหนือของประเทศจีนเธอจึงได้สละงานที่ทำอยู่เพื่อตามมาอยู่กับสามีของเธอ เป็นเพียงแค่ห้องเช่าเล็กๆดูแลลูกไปด้วยทำงานไปด้วยงานนี้ทำให้สองตายายเป็นห่วงจึงได้มีการจัดเตรียมของฝากใส่กระเป๋าเดินทางไกล กว่าหลาย 100 กิโลเมตรเพื่อที่จะมาเยี่ยมงานนี้ทำให้ลูกสาวที่เห็นพ่อกับแม่ต้องลำบากหอบขอซื้อกระเป๋ามาฝากถึงบ้านถึงกับน้ำตาใหลออกมากันเลยค่ะ และสองตายายก็พูดถึงว่าสินค้าที่มีราคาแพงผลไม้ที่ยังไม่สุกก็เลยไม่อยากถูกส่งมารสชาติก็ยังไม่เหมือนบ้านของเราส่วนหลานสาวกรุณารมากๆเห็นตายายขนของมาฝากก็ช่วยหยิบออกมาจากกระเป๋าใส่ไว้ในตู้เย็นด้วยค่ะ

ชาวบ้านแห่มาขอหวยเสาตะเคียนอายุเกือบ 100 ปีที่สถานีตำรวจภูธรบางโพธิ์

ทางด้านร้อยตำรวจโทศิตปพัฒน์ นวลขำ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของสถานีตำรวจภูธรบางโพได้เล่าให้ฟังว่า สตะเคียนตกน้ำมันได้อยู่กับสถานีตำรวจภูธรบางโพตั้งแต่วันก่อตั้งโรงพักบางโพเมื่อปี พ.ศ.2461 และสมัยก่อนโรงพักบางโพธิ์นั้นทำด้วยไม้สองชั้นปลูกติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาและมีอายุเก่าแก่และก็เพิ่งจะครบรอบ 99 ปีเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมานี้ค่ะ สำหรับเสาไม้ตะเคียนตกน้ำมันแต่ก่อนตั้งอยู่ที่ห้องธุรการต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2532 กรุงเทพมหานครได้มีการทำเขื่อนกั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาป้องกันน้ำเซาะริมตลิ่ง และหรือห้องธุรการบางส่วนของโรงพักออกและในวันที่หรือถอนคนงานก็ช่วยกันยกเสาไม้ตะเคียนขึ้นไปไว้บนดาดฟ้าของห้องพนักงานสอบสวน และได้เผยอีกว่าผ่านไป 3 ปีก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นเมื่อภรรยาของเจ้าที่ตำรวจในโรงพักที่แฟลตของโรงพักได้ฝันว่ามีหญิงสาวแต่งชุดขาวมาเข้าฝันและได้บอกว่าไอ้พวกหัวดำหัวหงอกเอากูไปตากแดด และข่าวลือนี้ทำให้หลายคนได้ฟังถึงเรื่องความฝันและเชื่อว่าสามารถจะเขียนจบนะมันจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ช่วยกันยกลงมาตั้งไว้ที่ห้องสิบเวรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเมื่อเขาหรือได้ไปถึงหูชาวบ้านก็ได้มากราบไหว้ขอหวยถูกบ้างไม่ถูกบ้างและสำหรับรายที่ถูกก็จะนำผ้าแพรเจ็ดสีมาผูกถวายและกลับไหว้หลังจากนั้นก็มีชาวบ้านได้ให้หลังส่งมาดูว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใดที่อยู่ในเสาร์ตะเคียนตกน้ำมันแห่งนี้ ร่างทรงได้บอกว่าเป็นเทพที่อยู่ในเสาตะเคียนคือแม่สร้อยทองที่คอยดูแลปกปักรักษาโรงพักแห่งนี้จากนั้นชาวบ้านก็เลยแห่กันมากราบไหว้ไม่เว้นแต่ละวันเลยค่ะ

ลุงวัย 64 ปีใช้กางเกงผูกคอดับคาห้องขังหลังถูกจับยาบ้า

และในวันที่ 11 มีนาคมเวลาประมาณ 20:00 น. ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าทางด้านเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพร้อมกับแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจโคกครามได้ตรวจสอบที่ห้องควบคุมผู้ต้องขังของสถานีตำรวจโคกคราม หลังจากเกิดเหตุนายพงษ์พันธ์อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาที่มียาบ้าในการครอบครองจำหน่าย 10 เม็ดได้ถูกจับกุมในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้ใช้กางเกงขายาวผูกคอตายที่ห้องขังในช่วงบ่ายของอีกวันค่ะ เมื่อได้มีการตรวจสอบสภาพศพของนายพงษ์พันธ์ได้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมงเบื้องต้นตามลำตัวไม่มีบาดแผลหรือว่ารอยฟกช้ำแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ทางด้านจอที่ได้ส่งศพผู้เสียชีวิต ไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่ชัดเจนอีกครั้ง ทางญาติไม่มีการติดใจถึงสาเหตุของการเสียชีวิตเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาหลังจากจับกุมญาติไปเยี่ยมผู้ตายบ่นเครียดและอยากตายเพื่อหนีปัญหาค่ะ

รุ่นใหญ่ดวลหมัดกันสนั่นเมืองกลางตลาดวโรรสจังหวัดเชียงใหม่

และทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่ามีผู้ใช้ Facebook ท่านหนึ่งได้มีการเผยแพร่คลิปเป็นเหตุการณ์รถรับจ้าง 4 ล้อแดงได้เบียดกับรถกระบะส่งน้ำแข็งบริเวณถนนชัยศรีภูมิอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่ทั้งสองคันนั้นจะขับไปจอดบริเวณตลาดวโรรสและลงมาต่อว่ากันด้วยความโมโหกระทั่งได้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ได้ชกต่อยกันกลางถนนท่ามกลางประชาชนกับนักท่องเที่ยวที่ได้เดินจับจ่ายที่ย่านนั้นก่อนจะมีคนเข้ามาห้ามปรามและแยกย้ายกันไป คงขับรถกระบะส่งแข่งที่เป็นเจ้าของ Facebook ได้นำคลิปมาโพสลงในโซเชียลและได้เราว่าเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในวันที่หกมีนาคมที่ผ่านมาขณะที่ตนเองกับบิดาได้ขับรถนำน้ำแข็งไปส่งที่ตลาดวโรรสและระหว่างทางมีรถรับจ้างสี่ล้อแดงที่เพิ่งจะมีผู้โดยสารขึ้นรถมา ได้ขับออกมาจากขอบทางด้านซ้ายเกือบจะชนรถของตนเองจึงได้บีบแตรส่งสัญญาณบอกว่ามีรถมาด้านข้างค่ะ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดการเฉี่ยวชนหลังจากนั้นได้ขับต่อไปตามปกติไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่ว่าเมื่อขับไปถึงจุดส่งน้ำแข็งที่ตลาดวโรรส ที่ห่างจาก. เบียดกันประมาณ 1 กิโลเมตรรถสี่ล้อแดง คู่กรณีได้นำผู้โดยสารไปส่งที่ตลาดได้จอดรถแล้วเดินตรงมาต่อว่าที่ตนบีบแตรจนมีเสียงกันเกิดขึ้นซึ่งตนเองก็ยืนยันว่ามีการเบียดออกมาและมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกไว้ในขณะที่โชเฟอร์สีลแดงก็ไม่ยอมและจะไม่ดูกล้องจึงได้มีการทะเลาะกัน สุดท้ายตกลงกันแบบผู้ชายต่อยกันคนละครั้งก่อนจะจับมือและแยกย้ายกันไปค่ะ สาเหตุที่นำคลิปมาลงใน Facebook เพราะต้องการให้ผู้ใช้รถระมัดระวังตนเองจะมีกล้องติดหน้ารถแต่คู่กรณีก็ยังไม่ยอมรับพร้อมขอไปยังสี่ล้อแดงให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นด้วย

เจ้าคณะปทุมธานีได้ออกคำสั่งให้พระกับเณรกลับวัดต้นสังกัด

ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานความเคลื่อนไหวในกรณีที่วัดพระธรรมกายในวันนี้ ซึ่งล่าสุดทางด้านเจ้าหน้าที่ไปออกคำสั่งให้พระและเณรที่ได้มาชุมนุมเดินทางกลับวัดทันทีโดยทางลาดพระเทพพระราชสุธีจากจังหวัดปทุมธานีได้ออกประกาศจากคณะจังหวัดปทุมธานีในวันที่ 4 มีนาคม เรื่องให้พระภิกษุสามเณรกลับไปปฏิบัติศาสนกิจที่สังกัดเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายกับวัดพระธรรมกาย ตลอดจนพื้นที่โดยรอบให้เป็นไปตามคำสั่งของ คสช.ที่5/2560 และทางด้านเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีได้มีประกาศดังนี้ค่ะ ให้พระภิกษุสังกัดวัดธรรมกายทุกรูปที่ชุมนุมที่ตลาดกลางคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีกลับไปพื้นที่โดยรอบพื้นที่วัดกับไปปฏิบัติศาสนกิจในเขตพื้นที่ตั้งวัดพระธรรมกาย ให้พระภิกษุสามเณรที่มิได้สังกัดอยู่ในวัดกลับไปปฏิบัติศาสนกิจที่วัดของตนด้วย ให้ทางด้านเจ้าคณะอำเภอเจ้าคณะตำบลพระวิทยาการพร้อมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกลับตอนด้านเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาตรวจหนังสือสุทธิของพระพิษุสามเณรให้ชัดเจนมาตรวจแล้วมีสังกัดถูกต้องให้กับสังกัดเดิมหากไม่ถูกไม่เรียบร้อยให้ดำเนินตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สุดระทึกลุงวัย 65 ปีเผลอเหยียบคันเร่งพุ่งชนร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน

ในเวลาประมาณ 12:30 น. ของวันที่ 3 มีนาคม ทางด้านร้อยตำรวจเอกสุระ ศรีจินดา ซึ่งเป็นรองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนร้านสะดวกซื้อที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.สตึก ที่ได้ตั้งอยู่บริเวณถนนสายบุรีรัมย์-สตึก ได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออสสีดำ สภาพด้านหน้าผู้ผลิตกระจกร้านสะดวกซื้อเกือบมิดทั้งคัน ทำให้กระจกและสินค้าภายในร้านได้รับความเสียหาย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการตกใจ และบางคนต้องกระโดดหนีเอาตัวรอดและทราบชื่อคนขับคือนายกำธรอายุ 65 ปี เมื่อได้สอบสวนคนขับรถทราบว่าในขณะที่กำลังจะเลี้ยวรถเข้ามาซื้อของพอขับเข้า ช่องจอดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อตั้งใจจะเหยียบเบรคแต่ผ่านไปเหยียบคันเร่ง และลดก็เป็นเกียร์ออโต้ทำให้พุ่งขึ้นไปบนฟุตบาทชนกระจกแตกก่อนจะพุ่งทะลุเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ และต้นก็ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางร้านและโชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือว่าเสียชีวิตค่ะ