คณะวิศวะ มช. ออกมาห้ามนักศึกษาปีนป้ายคณะกัดเกียร์ตามความเชื่อ

ในกรณีที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งได้เผยแพร่ภาพหญิงสาวที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาได้ปีนป้ายที่บริเวณใต้คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และพยายามจะใช้ปากกัดสัญลักษณ์เกียร์ของคณะตามความเชื่อที่ว่าถ้าทำดังกล่าวจะได้แฟนเป็นนักศึกษาวิศวะซึ่งส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากเลยค่ะ และล่าสุดนั้น ทางด้านเว็บไซต์ของขนาดได้มีการออกประกาศเตือนว่าห้ามกระทำในลักษณะดังกล่าวกับข้อความที่ระบุว่า ตามที่มีภาพออกสื่อออนไลน์ปรากฏเป็นผู้หญิงแต่งกายสวมชุดนักศึกษาไปบินป้ายคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นการกระทำที่ไม่สมควร ทางด้านคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ขอความร่วมมือให้ผู้ที่ใช้สถานที่ของคณะที่เป็นสถานที่ราชการและสถานที่ศึกษาให้ความเคารพต่อสถานที่ไม่ควรกระทำกริยาหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมซึ่งเป็นเหตุให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์และนำไปสู่การขัดแย้งหรือว่าความเสียหายต่อสถาบันในภายหลังด้วยค่ะ

ชายต่างชาติเข้าไปห้ามหญิงสาวถูกทำร้ายแต่ถูกทำร้ายแทน

ในวันที่ 16 มกราคมช่วงเวลาประมาณ 22:30 น. ทางด้านเจ้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรีได้รับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายร่างกายได้รับบัตรเจ็บที่เกิดเหตุอยู่ที่บริเวณหน้าร้านบาร์เบียร์สวัสดีซอยพระตำหนัก 5 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังจากที่รับแจ้งก็ได้มาพร้อมกับเจ้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมะสถานเมืองพัทยาจึงได้ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบชาวต่างชาติคือนายบ๊อบอายุ 67 ปี สัญชาติอเมริกันได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ที่พื้นสภาพศีรษะแตกตามลำตัวฟกช้ำ ทางด้านเจ้าที่กู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล ได้มีการสอบถามนางสาวนเรศ มูลประเสริฐอายุ 47 ปี เป็นเจ้าของร้านบ่าเบียร์ได้เราว่าผู้บาดเจ็บได้มานั่งดื่มที่ร้านทุกวันก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บเป็นพนักงานหญิงมีปากเสียงทะเลาะกับอดีตสามีและได้ลงมือทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง ซึ่งผู้บาดเจ็บได้เข้าไปห้ามไม่ให้ทำร้ายกันฝ่ายชายเกิดความไม่พอใจชกที่ใบหน้าหลายทีจนผู้บาดเจ็บล้มลงไปกองกับพื้นกระทืบซ้ำอีกหลายครั้งพลเมืองดีช่วยเค้าห้ามไว้หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปส่วนหญิงก็ได้ปิดปากเงียบไม่ยอมแพ้ละเอียดบอกเพียงแค่แฟนเก่ามาขอคืนดีเท่านั้น เบื้องต้นต้องรอดูอาการผู้บาดเจ็บให้หายดีก่อนส่วนคู่กรณีเจ้าที่ได้ติดตามมาดีแล้ว

ด.ต.ขับเก๋งชนป้ายบอกทางดับอนาถ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งว่าได้เกิดอุบัติเหตุ รถเก๋งเสียหลักชนป้ายบอกทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุนั้นได้เกิด ที่ ถ.กาญจนาภิเษก ขาออก ที่จะมุ่งหน้าแยกบ้านกล้วยไทรน้อย ใกล้กับ ซ.วัดลาดปลาดุก จึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็พบกับรถเก๋งสีขาว หมายเลข ทะเบียน ชห 9392 กทม. ที่ได้พลิกหงายท้องสภาพกลางรถนั้นยุบ พังยับเยิน ใกล้ตัวรถได้พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ ด.ต.ธีระศักดิ์ ยันตระบุศ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นดาบตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ได้นอนเสียชีวิตอย่างอนาถ เจ้าหน้าที่ก็ได้นำส่งต่อไปที่นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ พร้อมกับได้นำรถออกจากช่องทางการจราจร เบื้องต้นนั้นจากการสอบถามก็ได้ทราบว่า ด.ต.ธีระศักดิ์ Read More …

ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ สะเดาะกุญแจหนีไปลอยนวล

และในวันที่ 10 ม.ค. 2560ที่ผ่านมานั้น ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าบริเวณห้องขังภายในโรงพักสภ.ตะกั่วป่า จังหวัดพังงา หลังจากที่ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ เสพยาเสพติดได้หลบหนีออกจากห้องขัง โดยได้ทำการสะเดาะลูกกุญแจห้องขังออกและได้ฉวยโอกาสในจังหวะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรนั้นกำลังไปเข้าห้องน้ำหลบหนี และทราบชื่อก็คือ นายพนม ศิริกุล หรือว่าตี๋ เป็นผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์และเสพยาเสพติด เบื้องต้นนั้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ตะกั่วป่า ก็ได้ทราบว่า หลังจากที่ผู้ต้องหานั้นได้หลบหนีออกมานั้น ก็ได้เดินทางไปขึ้นรถโดยสารประจำทางที่ บขส.ตะกั่วป่า ที่เป็นรถทัวร์แดงสายภูเก็ต – ตะกั่วป่า เวลา 06.10 น.และก็ได้บอกกับทางพนักงานขับรถด้วยว่าจะไปลงที่สามแยกทุ่งมะพร้าว แต่ว่าไม่มีเงินค่ารถจึงได้ขอลงที่ทางเข้าหมู่บ้านน้ำเค็ม ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพักเพียงแค่ประมาณ 10 กิโลเมตรเท่านั้น ต่อจากนั้นก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นที่มารับไปต่อ ล่าสุดนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า ก็ได้ส่งรูปผู้ต้องหาไปที่ สภ.ใกล้เคียง พร้อมทั้งได้วางกำลังชุดสืบสวนเพื่อออกตามหาตามบ้านญาติและเพื่อนที่คิดว่าผู้ต้องหานั้นจะได้หลบหนีไปซุกซ่อนต่อไปค่ะ

ตรวจพบวัตถุน่าสงสัยที่วัดมหาธาตุแต่เป็นถังน้ำยาแอร์

ทางด้านเจ้าที่ตำรวจสายตรวจชนะสงครามได้รับแจ้งว่าพบวัตถุสงสัยบริเวณประตูทางเข้าของวัดมหาธาตุยุวราชราชวังสฤษฏิ์ราชวรวิหาร เรื่องเวรประตูหนึ่งถนนมหาราชได้นำเจ้าที่ชุดอีโอดีเค้าตรวจสอบ ซึ่งทางด้านพันตำรวจเอกพิทักษ์ สุทธิกุล ซึ่งเป็นผู้กำกับของ สน.ชนะสงคราม ได้มีการเปิดเผยกับทางสำนักข่าวไอเอ็นเอ็นว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามระเบียบซึ่งบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องขอให้ออกนอกเมืองที่ได้วางยางรถยนตร์ที่ใช้เครื่องสแกนวัตถุระเบิดเพื่อตรวจสอบตามขั้นตอนนั่นเอง แต่ได้พบว่าวัตถุดังกล่าวนั้น ไม่ใช่ระเบิดแต่เป็นเพียงอยู่ในถุงสะพายวางไว้ที่ขนต้นไม้หลังจากภาพนี้ได้สั่งให้เจ้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ เพื่อที่จะหาบุคคลที่นำมาวางทิ้งไว้ถ้าพบเป็นบุคคลใดก็จะเรียกมาสอบปากคำถือว่าได้สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนและจะต้องดูว่ามีความเจตนาอย่างไร

ป้าชาวจีนถูกดึงผมหลุดเป็นกระจุกเพราะคุยโทรศัพท์เสียงดัง

ที่เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานว่าได้มีป้าชาวจีนวัยประมาณ 55 ปี เธอนั้นได้วิ่งเข้ามาแจ้งความกับเจ้าที่ตำรวจว่าได้ถูกชายคนหนึ่งทำร้ายร่างกายได้ใช้กำปั้นทุบคอได้จิกหัวดึง ผมจนตกจากเบาะที่นั่งบนรถเมย์โดยสารประจำทางสายหนึ่งและผมหลุดเป็นกระจกได้มีการด่าเสียงดังเพราะเธอได้คุยโทรศัพท์จนเกิดความไม่พอใจขึ้น ซึ่งคนขับรถไม่ประจำทางได้เผยว่า ขณะที่เขากำลังขับรถอยู่มีผู้โดยสาร 2 คนได้ก่อเหตุทะเลาะกันขึ้นและเวลานั้นก็ได้แวะจอดที่ป้ายเค้าจึงขับรถจอดชิดขอบแล้วได้ออกมาห้ามปราม และจะมีผู้โดยสารอีกหลายคนชื่อลงไปนั้นเลยไม่กล้าเปิดประตูท้ายที่ก่อเหตุจะลงจากรถไปพร้อมกับผู้หญิงที่มาด้วยกันและคุณป้าคนดังกล่าวก็ได้บอกว่าจะไปแจ้งเจ้าที่ตำรวจค่ะ

สุดสลดรองสารวัตรประจวบพลัดตกท่อเสียชีวิต

และในช่วงเช้าของวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาได้เกิดอุบัติเหตุเจ้าที่ตำรวจพลัดตกที่รองน้ำขณะที่ช่วยความสะดวกด้านจราจรให้กับประชาชนของถนนเพชรเกษมอำเภอทับสะแกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และทราบชื่อผู้เคราะห์ร้ายคือร้อยตำรวจโทดุสิต สนทนาการอายุ 48 ปี ซึ่งเป็นรองสารวัตรปราบปราม สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก และผู้เรียนเหตุการณ์ได้เราว่าขณะที่เกิดเหตุนั้นร้อยตำรวจโทประสิทธิ์แต่พยายามจะช่วยเก็บทางมะพร้าวที่ขวางทางน้ำและลื่นตกลงไปที่ลำน้ำข้างทางก่อนจะถูกกระแสน้ำดูดให้ไปในท่อ หลังจากเกิดเหตุเจ้าที่ได้ระดมกำลังในการค้นหานานหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่พบ ล่าสุดนั้นเวลาประมาณ 14:00 น. ทางด้านจังที่ได้พบรักของร้อยตำรวจโทดุสิตที่สวนมะพร้าวห่างจากจะเป็นเหตุว่า 15 เมตรได้นำร่างส่งไปชันสูตรศพที่โรงพยาบาลทับสะแกและประสานญาติมารับศพเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไปค่ะ

น้ำท่วมไม่ใช่อุปสรรคคู่บ่าวสาวใส่ชุดสุดสวยลุยน้ำฉลองวิวาห์

ที่โลกออนไลน์ได้ให้กำลังจัยกับสนใจภาพที่ฉลองมงคลสมรสของคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งของอำเภอพื้นที่อำเภอสิชลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เป็นหนึ่งของพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในตอนนี้แต่สำหรับพิธีงานทั้งหมดนั้นไม่ได้ถูกยกเลิกบ่าวสาวมุ่งมั่นที่จะมีการจัดงานฉลองถึงแม้ว่าเพื่อนที่จะไปด้วยน้ำขณะที่แขกญาติผู้ใหญ่ก็ได้มาร่วมงานเหมือนเดิมค่ะ ซึ่ง Facebook ของท่านหนึ่ง ได้มีการโพสต์เรื่องราวเป็นภาพชุดพิธีแต่งงานทำกับอุทกภัยจัดขึ้นในคืนของวันที่ 7 มกราคมซึ่งคู่บ่าวสาวคือนางสาวช่อทิพย์ ทองมีสุขและนายวิรัตน์ ขาวเรือง ที่ได้ฤกษ์แต่งงานกันพอดีแต่ว่าได้มีพิธีเหมือนเดิมถึงแม้ว่าจะเกิดเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ก็ตาม เเละงานได้มีการตั้งเต็นมีวางโต๊ะเก้าอี้และอาหารมีวางไว้เรียบร้อยเหมือนกับหน้าตางานทั่วไปถึงแม้ว่าจะมีเหตุน้ำท่วมก็ตาม และคู่บ่าวสาวก็ยังใส่ชุดแต่งงานสุดหวานเหมือนเดิมทั้งยังได้เดินไปทักทายแขกตามโต๊ะต่างๆถึงแม้ว่าฝ่ายเจ้าบ่าวจะเดินเท้าเปล่าส่วนชุดของเจ้าสาวต่างก็ลากโดนน้ำท่วม และอุปสรรคที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่ได้ส่งผลตอนพิธีแต่งงานในครั้งนี้ถึงแม้ว่าระดับน้ำจะสูงประมาณ 40 เซนติเมตรแต่ว่าบ่าวสาวนั้นได้ต้อนรับแขกด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มและดูมีความสุขมากในวันสำคัญ แขกที่ได้มาร่วมงานต่างก็มีแต่รอยยิ้มทำให้ลืมไปเลยว่าได้เผชิญอยู่กับเหตุการณ์อุทกภัยค่ะ

คนงานเก็บขยะกอดไม่กวาดและบุ้งกี๋หลับกลางฝนแทรกหิมะ

ที่เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานว่าในช่วงเช้าของวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่เมืองจี๋หนานเมืองหลวงของมณฑลซานตง ได้มีคนงานสุขาภิบาลคนหนึ่งได้ยืนหลับอยู่ที่ริมถนนทำการเกร็ดหิมะผลที่ได้โปรยปรายลงมาทั้งยังกอดไม่กวาด และบุ้งกี้ไว้แน่นอีกด้วย ซึ่งทางด้านพยากรอากาศบอกว่าตั้งแต่คืนวันที่ 25 จนถึง 26 สภาพอากาศของเมืองจี๋หนานจะมีฝนตกลงมาหรือจะมีหิมะที่ละลายแล้วแข่งอีกรอบบนอากาศก่อนจะตกลงมา และหิมะนี้ยังเป็นหิมะสุดท้ายของปี 2016 อีกด้วย ภาพดังกล่าวทำให้มีผู้คนและชนิดออกมาบอกว่าช่วยกันอย่าทิ้งขยะและอย่าพากันสร้างขอระบายกับคนเก็บขยะคนงานสุขาภิบาลเหล่านี้เพราะว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศแบบนี้

ตำรวจคาดสาวใช้เมียนม่าจะหอบเงิน 7,000,000 ไปอยู่กับกะเหรี่ยง

ในวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมาทางด้านพันตำรวจเอกจิณวัตร ก้อนทองดี ซึ่งเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครบาลบุคคโล ได้เผยถึงความคืบหน้าการจับกุมตัวนางสาวขิ่น เมียท อู ปู อายุ 30 ปีซึ่งเป็นชาวเมียนม่าได้ก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของนายธนภาค จิรเดชดำรงอายุ 30 ปี ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นเจ้าของบ้าน และทรัพย์สินไปกว่า 7 ล้านบาททางภาษาทั่วไทยในเมียนม่าได้มีการประสานกับอธิบดีกรมตำรวจของเมียนม่าและประกาศตามจับตัวให้เรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังไม่พบตัวค่ะ เบื้องต้นแล้วคาดว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีไปอยู่กับชากะเหรี่ยงในแถบชนบท เนื่องจากไม่พบกระแสในเมืองเมียวดี และทรัพย์สินทั้งหมดจากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการนำมาขายทอดตลาดและนายหน้าจัดจัดหน้างานหลังจากที่มีการเจ้าเมืองคดีทางอัยการศาลยังไม่มีความเห็นที่จะสั่งฟ้องเนื่องจากเห็นว่าไม่เข้าองค์ประกอบในเรื่องความผิดค่ะ